Home ออมทอง Product

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 11 เมษายน 2555

CGF

Price Movement

ราคาทองคาในตลาด COMEX ปิดที่ 1,660.70 USDต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 16.80 USDต่ออออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,632.50 - 1,664.80 USDต่อออนซ์ ราคาทองคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากแรงสนับสนุนจากความกังวลในเรื่องวิกฤตหนี้ของยูโรโซน โดยนักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่สเปน เมื่อสเปนไม่สามารถขายพันธบัตรได้ตามเป้าหมายและมีอัตราผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนเพิ่มการลงทุนในทองคาในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง จากความกังวลในเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สาหรับในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,655 USDต่อออนซ์ คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,645 และถัดไปบริเวณ 1,633 ส่วนแนวต้านในวันนี้คาดว่ามีที่บริเวณ 1,670 และถัดไปที่ 1,680 นักลงทุนที่เปิด Long ไว้ในช่วงอ่อนตัวบริเวณ 1,612 ทยอยปิดทากาไรบริเวณแนวต้าน ส่วนในระยะสัปดาห์คาดว่ามีแนวต้านบริเวณ 1,680/1,700 และแนวรับบริเวณ 1,630/1,612 กรอบความเคลื่อนไหวในระยะสัปดาห์คาดว่าอยู่ระหว่าง 1,612 – 1,700 USDต่อออนซ

Recommendations

แนวโน้มระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,612 – 1,680 Trading ในกรอบ 1,612 – 1,680

แนวโน้มระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,553 – 1,800 แนะนา รอราคา rebound ขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,680/1,700 เพื่อเปิด short โดยมีเป้าหมายทากาไรบริเวณ 1,600/1,553

แนวโน้มระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,553 - 1920 แนะนา ทยอยเปิด Long เมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณแนวรับ

Key Points in Precious Market

-ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคา ได้แก่ ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ( - ) ราคาน้ามันดิบปรับ ลดลง ( - ) สต๊อกสินค้าภาคค้าส่งออกมาดีเกินคาด ( - ) ความกังวลในเรื่องหนี้ของยุโรปเมื่ออัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสเปนเพิ่มขึ้น ( + )

-ประเด็นที่ต้องติดตาม รมว.คลังจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมทั้ง 7 (จี-7) จะหารือกันในวันที่ 19 เม.ย รวมถึง วาระการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากกลุ่มจี-20 ซึ่งมี กาหนดจะประชุมกันในวันที่ 19-20 เม.ย.นี้ในวอชิงตัน

-การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันพุธ ราคานาเข้าและส่งออกเดือน มี.ค. งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนมี.ค. เฟด รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจหรือ Beige Book ตัวเลขสต็อกน้ามันรายสัปดาห์ วันพฤหัสบดี ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนก.พ. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค. จานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ วันศุกร์ ดัชนี ราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนเม.ย.

-SPDR ขายทองคา 0.45 ตัน ถือทองคาจานวน 1,286.17 ตัน

HGF


- ทองปิดบวกสวนทางสินทรัพย์เสี่ยงHGF

- SPDR ถือทองคำลดลง 0.45 ตัน

- คาดทองยังฟื้นต่อแนวต้าน 1,670-1,680 ดอลลาร์

ราคาทองคำเมื่อวานนี้แกว่งตัวขึ้นลงผันผวน โดยมีแรงขายกลับออกมาจากแนวต้านบริเวณ 1,655 ดอลลาร์ จนทำให้ราคาปรับฐานลงไปยังแนวรับของวันที่บริเวณ 1,630-1,635 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา และราคาก็กลับขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,655 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง ปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองฟื้นตัวขึ้น มาจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยที่เริ่มมีกลับเข้ามาหลังจากราคาทองกลับลงมาเคลื่อนไหวในระดับราคาที่ต่ำลง ประกอบกับรายงานข่าวต่างๆ ทั้งจากสหรัฐที่ยังมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะมีการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม รวมทั้งกรณีของยุโรปที่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจและการประมูลพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกในกลุ่มยุโรปที่สร้างความกังวลต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนราคาทองในประเทศวานนี้ปรับตัวขึ้นได้กว้างกว่าปกติเนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงตามทิศทางค่าเงินในเอเชียตอบรับสถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และคาดว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ราคาทองฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ แม้ในระหว่างวันอาจมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาโดยมีแนวรับสำหรับเก็งกำไรระยะสั้นซึ่งยกตัวขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 1,650 และ 1,630-1,635 ดอลลาร์ ตามลำดับ ส่วนแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,665-1,670 และ 1,680 ดอลลาร์ตามลำดับ หากผ่านแนวต้านหลังขึ้นไปได้ ภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองในทางเทคนิคก็จะมีสัญญาณยืนยันว่าการฟื้นตัวจะมีความต่อเนื่องมากขึ้น การเก็งกำไรระยะสั้นในทองคำแท่งในช่วงนี้แม้ราคาจะปรับขึ้นตามราคาทองต่างประเทศ แต่ด้วยส่วนต่างระหว่างราคาทองแท่งและราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนไกลซึ่งสัปดาห์ก่อนเคยสูงกว่า 600 บาท แต่สัปดาห์นี้กลับลงมาต่ำกว่า 500 บาท ทำให้การดีดตัวของทองคำแท่งอาจมีปริมาณต่ำกว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนไกล ดังนั้นในช่วงที่ราคาทองยังมีแนวโน้มฟื้นตัวและราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีราคาค่อนข้างถูกโดยเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับทองคำแท่ง อาจใช้วิธีการเข้ามามีสถานะซื้อในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแทนการถือครองทองคำแท่ง ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาโลหะเงินคาดว่าจะยังแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 31.0-32.0 ดอลลาร์ เช่นเดียวกันกับเมื่อวาน แต่ต้องระวังแรงขายที่อาจมีกลับออกมามากหากราคาปรับฐานลงไปต่ำกว่ากรอบแนวรับบริเวณ 30.9-31.0 ดอลลาร์

Gold Future (April)

มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 1,630-1,635 ดอลลาร์ และคาดว่าราคาทองในช่วงนี้ยังจะฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ จึงสามารถเลือกเก็งกำไรด้านซื้อต่อเนื่องจากเมื่อวาน หากในระหว่างวันราคาปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 1,645-1,650 ดอลลาร์ สามารถเลือกเก็งกำไรฝั่งซื้อได้ต่อไป โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่แนวรับของเมื่อวานนี้ที่ 1,630-1,635 ดอลลาร์

Silver Future (April)

คาดว่าราคาโลหะเงินจะแกว่งตัวระหว่าง31.0-32.0ดอลลาร์ การเก็งกำไรระยะสั้นจึงยังแนะนำให้เปิดปิดสถานะอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้าน และในกรณีที่ราคาปรับฐานลงไปต่ำกว่า 31.0 ดอลลาร์ ก็จะเป็นจุดปิดสถานะซื้อเพื่อตัดขาดทุน หรืออาจกลับมาเปิดสถานะขายเก็งกำไรการปรับฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไป