Home ออมทอง Product

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2555

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2555

MTS

วิเคราะห์ทางเทคนิคช่วงเช้า

Gold – ราคาทองคามีการแกว่งตัวขึ้นลงอยู่ในกรอบทิศทางแบบ Sideway Up อันจะเห็นได้ว่ามีบางช่วงลงมาทดสอบแนวรับด้านล่างที่ระดับ 1,650 เหรียญและสามารถดีดกลับขึ้นไปได้ โดยเมื่อวานราคาทองคามีการปรับตัวลดลงมาก่อนและค่อยๆ ดีดตัวกลับขึ้นไปจากข่าวการให้สัมภาษณ์ของประธานเฟดท่านหนึ่งที่ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมี QE3 ถ้าคนยังว่างงานยังอยู่ในระดับสูงที่ 8.2% เฟดเองก็คิดว่าน่าจะมีมาตรการ easing monetary ออกมา ซึ่งด้วยเนื้อข่าวตรงนี้เองส่งผลให้ทองคาปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,664 เหรียญไปทาจุดสูงสุดที่ระดับ 1,671 เหรียญ และปิดตลาดที่ระดับ 1,662 เหรียญ โดยมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเนื่องจากตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรปปิดทาการ MTS Gold วิเคราะห์ได้ว่าราคาทองคายังคงเคลื่อนตัวไปทิศทาง Sideway Up ในเชิงการสะสมพลังก่อนที่จะเป็นขาขึ้น โดยมีการแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,650 – 1,670 เหรียญ แนะนาให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

คำแนะนำการลงทุน

Daily

เก็งกาไรในภาวะการแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น โดยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวเท่านั้น บริเวณแนวรับด้านล่างที่ระดับ 1,655 เหรียญลงมา

Weekly

เป็นการซื้อสะสมต่อเนื่อง โดยถือครองพอร์ทที่ระดับ 30% – 40 ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวและขายทากาไรบ้างบางส่วน

Monthly

แนะนาให้ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวเช่นเดียวกัน ถือครองพอร์ท 30% – 40%

Gold Recap

Morning Recap

ราคาทองคาต่างประเทศเปิดที่ระดับ 1,664 เหรียญ/ออนซ์ Gold Futures M12 เปิดที่ 24,450 บาท สมาคมค้าทองแท่งเปิดที่ 24,150 บาท

Night Recap

ราคาทองคาเปิดตลาดช่วงค่าในประเทศไทยที่ระดับ 1,658 เหรียญ โดยราคาเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1,644 – 1,662 เหรียญ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 1,659 เหรียญ ในเวลาประเทศไทย

ข่าวที่สำคัญ

-ทางด้านสหรัฐอเมริกา การประกาศตัวเลข ISM Manufacturing PMI ออกมาอยู่ที่ 54.8 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะออกมาอยู่ที่ 53 และตัวเลข ISM Manufacturing Price ออกมาอยู่ที่ 61 เท่ากับระดับครั้งก่อน แต่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะออกมาที่ 59.1 โดยนักวิเคราะห์จาก FastMarkets ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวมีผลต่อราคาทองคาซึ่งปรับตัวลดลงอีกครั้งไปอยู่ต่ากว่าเส้นค่าเฉลี่ย DMA 100 วัน ซึ่งเป็นระดับแนวต้านที่ 1,668 เหรียญ โดยส่วนใหญ่มีการซื้อขายอยู่เหนือระดับนี้หลังจากที่สามารถ break ระดับดังกล่าวขึ้นไปได้ นอกจากนี้เส้นค่าเฉลี่ย DMA 50 วัน ณ ขณะนี้จะอยู่ที่ระดับ 1,675 เหรียญ หรือระดับแนวต้านถัดไปที่ 1,680 เหรียญ

-กระทรวงการคลังสหรัฐคาดการณ์ว่า รัฐบาลกลางสหรัฐจะระดมทุนผ่านการกู้ยืมเงินจากตลาดทุน เพื่อนามาใช้ในการดาเนินงาน เป็นวงเงินทั้งสิ้น 1.82 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

-นักลงทุนจะจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงการตัดสินใจในเรื่องอัตราดอกเบี้ยของอีซีบีในวันพฤหัสบดี ตัวเลข Non-farm payroll ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ และการเลือกตั้งในสุดสัปดาห์นี้ที่จะเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและกรีซ

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทาจุดสูงสุดในรอบมากกว่า 4 ปี หลังจากตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ประจาเดือนเมษายนออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ทาให้ช่วยผ่อนคลายความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลง

สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในเช้านี้ โดยมีการดีดตัวขึ้นมาจากระดับต่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง หลังจากตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ออกมาดีขึ้น รวมไปถึงตัวเลขดัชนี PMI ของจีนที่ออกมาดีขึ้น

HGF

- ทองทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันจันทร์

- SPDR ถือทองลดลงจากวันศุกร์รวม 10.27 ตัน

- คาดทองแกว่งตัวแคบรอติดตามตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ราคาทองและราคาโลหะเงินโดยรวมแล้วมีการแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแนวรับและแนวต้านตลอดการซื้อขายทั้งในวันจันทร์และวันอังคารซึ่งตลาดอนุพันธ์ของไทยปิดทำการ โดยคาดว่าเป็นผลจากตลาดการเงินของหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชียต่างปิดทำการ ประกอบกับนักลงทุนยังรอติดตามรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐซึ่งมีผลต่อการประเมินแนวโน้มการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ จึงทำให้ราคาทองแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบจำกัด โดยในการซื้อขายช่วงค่ำของวันจันทร์ ราคาทองปรับฐานลงมายังแนวรับสำหรับเก็งกำไรระยะสั้นบริเวณ 1,645-1,650ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวกลับ และในช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นในการซื้อขายเมื่อคืนนี้ราคาก็ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,670ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ จึงทำให้ภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในทางเทคนิคยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อวันจันทร์มากนัก โดยคาดว่าราคาจะยังแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 1,645-1,670 ดอลลาร์ ต่อไป หากราคาสามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,670 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ คาดว่าราคาจะกลับขึ้นไปเคลื่อนไหวที่บริเวณ 1,680 ดอลลาร์ และหากขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านนี้ได้อีก ก็จะเกิดเป็นสัญญาณซื้อยืนยันในทางเทคนิคว่าราคาทองจะกลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง แต่หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ คงยังต้องระวังแรงขายที่จะมีสลับออกมา จนราคากลับปรับฐานลงโดยมีแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,645-1,650 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะยังเป็นจุดดีดตัวของราคาขึ้นไปได้เช่นเดียวกับเมื่อวันจันทร์ โดยประเด็นที่ตลาดรอติดตามคงเป็นรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในคืนวันนี้และวันศุกร์ หากตัวเลขที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองผ่านการเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง หรือในกรณีที่รายงานออกมาแย่กว่าที่ตลาดประเมิน ในระยะสั้นก็จะเป็นปัจจัยลบกดดันให้ราคาทองปรับฐานลง แต่ก็จะสนับสนุนมุมมองของนักลงทุนเกี่ยวกับเรื่องการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะกลับมาเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองดีดตัวกลับ ดังนั้นหากราคาทองมีการปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 1,645-1,650 ดอลลาร์จึงยังสามารถทยอยซื้อเก็งกำไรได้ต่อไป ส่วนราคาโลหะเงินก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในทางเทคนิค ดังนั้นจึงคาดว่าราคาจะยังแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 30.50-31.50 ดอลลาร์ ต่อไป ส่วนการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยในวันนี้ คาดว่าจะมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.0% ซึ่งไม่น่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ

Gold Future (มิ.ย.)

ราคาทองดีดตัวกลับขึ้นมาจากแนวรับบริเวณ 1,645-1,650 ดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,670 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ และคาดว่าราคาจะยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบนี้ต่อไป การเปิดสถานะซื้อควรรอให้ราคาปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 1,650-1,655 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับเดียวกับเมื่อวันจันทร์ และมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,640-1,645 ดอลลาร์ และควรปิดสถานะลดความเสี่ยงในช่วงที่ราคาทองฟื้นตัวขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือแนวต้านบริเวณ 1,670 ดอลลาร์

Silver Future (มิ.ย.)

ราคาโลหะเงินปรับตัวลงในการซื้อขายวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา แต่โดยรวมแล้วมีการแกว่งตัวค่อนข้างแคบ และคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 30.5-31.50 ดอลลาร์ ต่อไป หากราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับยังสามารถเลือกเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวกลับ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 30.0-30.20 ดอลลาร์ หรืออาจเลือกเก็งกำไรฝั่งขายในช่วงที่ราคาปรับตัวลงไปต่ำกว่าบริเวณดังกล่าว

 CGF

Price Movement

ราคาทองคาในตลาด COMEX ปิดที่ 1,662.40 USDต่อออนซ์ ลดลงจากวันจันทร์ 2.40 USDต่ออออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,657.50 - 1,672.30 USDต่อออนซ์ ราคาทองคาปรับตัวลดลง หลังจากการประกาศตัวเลขดัชนีภาคการผลิตเดือนเม.ย.เท่ากับ 54.8 ดีเกินคาด ทาให้นักลงทุนคาดว่ามีโอกาสน้อยที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก ราคาทองคาได้ขึ้นไปทา high เมื่อคืนวันอังคารที่ระดับ 1,672 จากนั้นมีแรงขายทากาไรจนระดับราคาลงไปทา low บริเวณ 1,657 ส่วนค่าเงิน USD ในวันนี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ราคาน้ามันปรับตัวสูงขึ้นมาที่ระดับ 105.80 USDต่อบาร์เรล SPDR ขายทองคาออก 10.27 ตัน สาหรับในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,659 USDต่อออนซ์ คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,655 และถัดไปบริเวณ 1,650 ส่วนแนวต้านในวันนี้คาดว่ามีที่บริเวณ 1,670 และถัดไปที่ 1,680 แนะนานักลงทุนที่เล่นในระยะ 1 – 2 วัน Trading ในกรอบ 1,650 – 1,680 นักลงทุนที่เปิด Long ไว้แล้ว แนะนา ให้ทยอยปิดทากาไรบริเวณ 1,670/1,680 ส่วนในระยะสัปดาห์คาดว่ามีแนวต้านบริเวณ 1,690/1,700 และแนวรับบริเวณ 1,640 และถัดไป 1,635 กรอบความเคลื่อนไหวในระยะสัปดาห์คาดว่าอยู่ระหว่าง 1,635 – 1,700 USDต่อออนซ์

Technical  Analysis

 ภาพทางเทคนิครอสัญญาณการจบรอบขาลงในระยะกลาง แต่การที่ราคาประคองตัวอยู่เหนือเส้น MA 34 วันบริเวณ 1,653 ได้ทาให้แนวโน้มในระยะสั้นส่งสัญญาณ bullish และมีโอกาสไปต่อในสัปดาห์นี้โดยมีเป้าหมายในรอบนี้บริเวณ 1,690/1,700 ภาพกราฟรายวันส่งสัญญาณซื้อเมื่อเส้น MA 4 วันตัดเส้น MA 9 และ 34 วันขึ้นมา นักลงทุนที่เปิด Long ไว้แล้ว แนะนา ทยอยปิดทากาไร บริเวณ 1,670/1,680 คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,655 และถัดไปบริเวณ 1,650 ส่วนในระยะสัปดาห์คาดว่ามีแนวต้านบริเวณ 1,690/1,700และแนวรับบริเวณ 1,640 และถัดไป 1,635

Recommendations

แนวโน้มระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,635 – 1,680 Trading ในกรอบ 1,635 – 1,680

แนวโน้มระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,570 – 1,800 แนะนา รอการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเพื่อ Follow buy เมื่อยืนเหนือ 1,670 โดยมีเป้าหมายทากาไรบริเวณ 1,740/1,800

แนวโน้มระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,553 - 1920 แนะนา ทยอยเปิด Long เมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณแนวรับ

Key Points in Precious Market

-ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคา ได้แก่ ค่าเงินUSD แข็งค่า ( - ) ราคาน้ามันปรับตัวเพิ่มขึ้น ( + ) ความกังวลในเรื่องหนี้สินของยุโรปและปัญหาการเมืองมีมากขึ้น เมื่อ S&P ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลง 2 ขั้นสู่ระดับ BBB+ และมีการชุมนุมประท้วงคัดค้านการลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสเปนเพิ่มขึ้น ( - ) แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ( - ) อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนปรับลดลง ( + ) ภาคเอกชนและผู้บริโภคของยูโรโซนชะลอการถอนเงินฝากออกจากธนาคารในเดือน มี.ค. ( + )

-ประเด็นที่ต้องติดตาม การประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยของอีซีบี (3 พ.ค.) การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบสองในวันที่ 6 พ.ค.ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งในกรีซ การเจรจาระหว่าง P5+1 และอิหร่าน (23 พ.ค.) ความสามารถของสเปนในการจัดการฐานะการคลัง

-การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ วันพุธ ตัวเลขการจ้างงานทั่วประเทศเดือนเม.ย. ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์คเดือนเม.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงานเดือนมี.ค. ตัวเลขสต็อกน้ามันรายสัปดาห์ วันพฤหัสบดี ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองสาหรับประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนแรงงานต่อหน่วยประจาไตรมาส 1/2012 จานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีภาคบริการเดือนเม.ย. วันศุกร์ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.

-SPDR ขายทองคา 10.27 ตัน ถือทองคาจานวน 1,274.09 ตัน