Home ออมทอง Product

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 5 กันยายน 2555

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 5 กันยายน 2555

MTS

วิเคราะห์ทางเทคนิคช่วงเช้า

Gold – ราคาทองคายังเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway ในระยะสั้นๆ มีกรอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,700 เหรียญ แนวรับด้านล่างอยู่ที่ระดับ 1,690 เหรียญ เป็นระยะสั้นรายวัน และมีแนวรับที่ระดับ 1,680 เหรียญเป็นแนวรับรอง ราคาทองคายังเคลื่อนไหวตามตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวานที่ออกมาไม่ดี นัก ทาให้มีการทดสอบแนวต้านด้านบนที่บริเวณ 1,700 เหรียญเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน อย่างไรก็ ดียังมีแรงเทขายทากาไรอย่างหนาแน่น ทาให้ราคายังไม่สามารถเคลื่อนผ่าน 1,700 เหรียญไปได้ ส่วนใหญ่มีการซื้อขายบริเวณ 1,695 เหรียญบวกลบ คาดว่าราคาทองคารอข่าววันศุกร์ ด้วยการ ประกาศตัวเลข Non-farm payrolls ของสหรัฐสาหรับการเคลื้อนไหวมากกว่านี้

คำแนะนำการลงทุน

Daily

เก็งกาไรในภาวะการแกว่งตัวในกรอบ 1,685 – 1,695 เหรียญ โดยยังแนะนาให้ขายและซื้อ สลับกันเมื่อชนแนวรับหรือแนวต้านเพื่อทากาไร

Weekly

ทยอยเข้าช้อนซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวหรือลง มาบริเวณแนวรับ

Monthly

เป็นการเข้าซื้อต่อเนื่อง โดยที่ให้พอร์ท ประมาณ 20-30%

Gold Recap

Morning Recap

ราคาทองคาต่างประเทศเปิดที่ระดับ 1,696 เหรียญ/ออนซ์ Gold Futures V12 เปิดที่ 25,160 บาท สมาคมค้าทองแท่งเปิดที่ 24,900 บาท

Night Recap

ราคาทองคาเปิดตลาดช่วงค่าในประเทศไทยที่ระดับ 1,694 เหรียญ โดยราคาเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1,686 – 1,699 เหรียญ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 1,693 เหรียญ ในเวลาประเทศไทย

ข่าวที่สำคัญ

-ราคาทองคามีปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยไปทาจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือนครึ่ง หลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ISM Manufacturing PMI ประจาเดือนสิงหาคมออกมาต่ากว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 49.6 ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ที่ 50.0 และต่ากว่าระดับก่อนที่ 49.8 ซึ่งได้ยกระดับความคาดหวังในเรื่องมาตรการ QE3 มากขึ้น โดยราคาทองคาและซิลเวอร์พุ่งขึ้นทาจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายเดือน เนื่องจากนักลงทุนเข้าร่วมลงทุนในกลุ่มโลหะมีค่า โดยมีเป้าหมายเพื่อ hedging กับความเสี่ยงในเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยสัญญาซิลเวอร์ฟิวเจอร์สพุ่งสูงขึ้นเกือบ 3% ในช่วงต้นตลาดทาจุดสูงสุดในรอบ 4 เดือนครึ่งที่ระดับ 32.38 เหรียญ/ออนซ์ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยลงมาที่ระดับ 32.21 เหรียญในช่วงเวลาประมาณ 01.31 น. ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.411 เหรียญ ในขณะที่สัญญาโกลด์ฟิวเจอร์สส่งมอบเดือนธันวาคมปรับตัวสูงขึ้น 8.4 เหรียญ หรือ 0.5% ปิดตลาด COMEX ที่ระดับ 1,696.5 เหรียญ หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ระดับ 1,699.6 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคาของเอเชียมีการเทขายทากาไรเป็นช่วงๆ เนื่องจากราคาเข้าใกล้ระดับสาคัญที่ 1,700 เหรียญ

-เทรดเดอร์ต่างๆ จะมุ่งความสนใจไปที่การตัดสินใจในเรื่องอัตราดอกเบี้ยของสหภาพยุโรปในวันพฤหัสบดี และการประกาศตัวเลข Non-farm payrolls ของสหรัฐในคืนวันศุกร์

-CME Group กล่าวในรายงานความเห็นของตลาดว่า ตลาดทองคาสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่องจากวันศุกร์ ด้วยในช่วงบ่ายราคาทองคาไปทาจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 5 เดือน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงลบจากภายนอกตลาดจะเห็นได้จากเทรดเดอร์หลายรายเข้ามามีอิทธิพลต่อราคาในช่วงกลางตลาด โดยความคาดหวังในเรื่องการผ่อนคลายการเงินรอบใหม่ของสหรัฐ จีน และยูโรโซนยังคงถูกให้เป็นปัจจัยสนับสนุนหลักๆ ของตลาดทองคาในช่วงเมื่อวานนี้

-เมื่อวานนี้มีการประชุมกลุ่มผู้นาในยูโรโซน ประกอบด้วยนายยานนิส สตูนาราส รัฐมนตรีคลังกรีซ นายโวล์ฟกัง ชอยบอล รัฐมนตรีคลังของเยอรมนี ซึ่งนายสตูนาราสของกรีซมีการเสนอแผนการตัดลดงบประมาณ 1.15 หมื่นล้านยูโร และการขอขยายระยะเวลามาตรการรัดเข็มขัดออกไปอีก 2 ปี ซึ่งทางเยอรมนีมีการแถลงการณ์ออกมาภายหลังว่า สิ่งที่สาคัญที่สุดก็คือ กรีซต้องปฏิบัติตามสัญญาผูกมัด และเยอรมนียังคงต้องรอรายละเอียดเนื้อหาที่ทางกลุ่มทรอยก้าประเมินเศรษฐกิจของกรีซก่อนที่จะตัดสินในว่ากรีซจะได้รับระยะเวลาเพิ่มเติมหรือไม่

-ข่าวที่ว่ากลุ่มเจ้าหนี้ของกรีซ หรือกลุ่มทรอยก้าจะมีการเข้าทางานประเทศกรีซเป็นเวลา 6 วันได้ดึงดูดความสนใจทางยุโรปขึ้นมาในช่วงค่าคืนวานนี้ ซึ่งมีข้อเสนอจากกลุ่มทรอยก้าเพื่อขอปฏิรูปตลาดแรงงานที่ได้ถูกส่งไปยังรัฐบาลของกรีซเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

-การประชุมกันระหว่างนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี และนายฟรังซัวร์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ ซึ่งทางนายมอนติกล่าวว่า อียูต้องยอมรับว่า ประเทศต่างๆ ที่ได้ปฏิบัติตามสัญญาควรได้รับการช่วยเหลือด้วยการกระจายพันธบัตร ในขณะที่นายออลลองด์กล่าวว่า กลุ่มผู้นาอียูควรตกลงยอมรับในเรื่องการแก้ไขปัญหาของกรีซและสเปนในการประชุมอียูซัมมิทเดือนตุลาคม ซึ่งบทบาทของสถาบันอียู รวมไปถึงอีซีบีต้องมีการตัดสินใจดาเนินการเพิ่มเติมเพื่อลดอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

HGF

- ทองแกว่งตัวแคบต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

- SPDR ถือทองเพิ่มขึ้น 4.62 ตัน

- คาดราคาทองยังทรงตัวรอผลประชุม ECB พรุ่งนี้

 ราคาทองคำและราคาโลหะเงินยังคงแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบ แม้ว่าเมื่อคืนนี้ตลาดการเงินของสหรัฐจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากหยุดทำการเนื่องในวันแรงงานไปเมื่อวันจันทร์ โดยคาดว่านักลงทุนต่างรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในช่วงค่ำของวันพฤหัส รวมไปถึงรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในตลาดแรงงานของสหรัฐ

 รายงานตัวเลขเศรษฐกิจจากยุโรปที่ออกมาในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่มีสัญญาณชะลอตัวเช่นเดียวกับหลายประเทศในเอเชียรวมทั้งสหรัฐ ซึ่งเมื่อคืนนี้มีรายงานว่าดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานทั่วสหรัฐในเดือนสิงหาคมปรับตัวลงจากเดือนก่อนหน้า และเคลื่อนไหวในระดับที่สะท้อนว่าภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลง รวมไปถึงรายงานค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐในเดือนกรกฎาคมปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน กดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐและราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในการซื้อขายช่วงค่ำที่ผ่านมา

 การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยในวันนี้คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.0% ต่อไป และจะไม่มีการปรับระดับการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากการประชุมครั้งก่อนได้ปรับลดระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจลง จึงไม่น่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันนี้มากนัก ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ คาดว่านักลงทุนยังให้ความสนใจไปยังเรื่องการประชุมของธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับมาตรการในการลดต้นทุนการกู้ยืมเงินของประเทศสมาชิก

 ภาพเทคนิคของทั้งราคาทองและโลหะเงินโดยรวมยังมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อหากมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาจนทำให้ราคาปรับตัวลงยังเป็นโอกาสในการซื้อสะสมเพื่อเก็งกำไรการฟื้นตัวกลับที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไป โดยมีแนวรับสำหรับราคาทองอยู่ที่บริเวณ 1,685 และ 1,675-1,680 ดอลลาร์ ตามลำดับ ส่วนแนวต้านของวันยังเป็นแนวต้านจิตวิทยาบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ หากสามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านนี้ได้ คาดว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,715-1,720 ดอลลาร์ ต่อไป ส่วนราคาโลหะเงินมีแนวรับของวันอยู่ที่บริเวณ 31.50-31.70 ดอลลาร์ และคาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาจากแนวต้านบริเวณ 32.30-32.50 ดอลลาร์ หากสามารถผ่านขึ้นไปได้ คาดว่าราคาจะดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 33.0 ดอลลาร์ ต่อไป

Gold Future (August)

คาดว่าราคาทองจะแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบ และหากราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณหาก 1,680 ดอลลาร์ หรือ 1,670ดอลลาร์ สามารถเลือกเก็งกำไรฝั่งซื้อต่อไป โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,650-1,660 ดอลลาร์

Silver Future (August)

คาดว่าราคาโลหะเงินอาจมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาหลังจากราคาปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายวันบริเวณ และหากราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 31.50-31.70 ดอลลาร์ สามารถเลือกเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการดีดตัวกลับ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 31.30-31.40 ดอลลาร์