Home ออมทอง Product

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556

รวบรวมบทวิเคราะห์ทองจากบลจ.ต่างๆประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556

MTS

วิเคราะห์ทางเทคนิคช่วงเช้า

Gold – ราคาทองคายังคงเคลื่อนตัวในกรอบแคบที่ระดับ 1,642 – 1,652 เหรียญ จะเห็นได้ว่าทองคาก็ยัง เคลื่อนไหวตามข่าวตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเมื่อคืนนี้ตัวเลข Retail Sales ออกมาน้อยลงจากเดือนที่แล้ว ทา ให้มีแรงซื้อเข้ามาที่ตลาดทองคา โดยดันราคาขึ้นไปถึงระดับ 1,652 เหรียญ และถูกเทขายกลับมาเคลื่อนไหว ที่เดิม จะเห็นได้ว่าราคาทองคายังคงเคลื่อนตัวตามสภาพข่าวโดยส่วนใหญ่ วิเคราะห์ได้ว่าราคาทองคาน่าจะ เคลื่อนตัวในกรอบแคบต่อไปที่ระดับ 1,640 – 1,650 เหรียญ ยังแนะนาให้นักลงทุนเปิด Short Position ที่ บริเวณแนวต้านและซื้อกลับที่บริเวณแนวรับ โดยถ้าราคาหลุดระดับ 1,640 เหรียญ คาดว่าโอกาสที่ราคาจะลง ลึกไปจุดต่าสุดที่ระดับ 1,625 เหรียญค่อนข้างสูง

คำแนะนำการลงทุน

Daily

เก็งกาไรในภาวการณ์แกว่งตัวในกรอบ 1,640 – 1,650 เหรียญ

Weekly

ถือครอง Short Position ประมาณ 15% ของ พอร์ท และซื้อกลับบริเวณแนวรับที่ระดับ 1,640 เหรียญ แต่ถ้าราคาหลุดระดับ 1,640 เหรียญลง ไป แนะนาให้เปิดสถานะ Short ตาม

Monthly

ให้ถือ Short Position 10% - 15%

Gold Recap

Morning Recap

ราคาทองคาต่างประเทศเปิดที่ระดับ 1,653 เหรียญ/ออนซ์ Gold Futures G13 เปิดที่ 23,430 บาท สมาคมค้าทองแท่งเปิดที่ 23,300 - 23,400 บาท

Night Recap

ราคาทองคาเปิดตลาดช่วงค่าในประเทศไทยที่ระดับ 1,646 เหรียญ โดยราคาเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1,642 – 1,653 เหรียญ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 1,646 เหรียญ ในเวลาประเทศไทย

ข่าวที่สำคัญ

-Reuters เผยว่านักวิเคราะห์ต่างๆ คาดว่า ราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนการประชุม G20 จากการทา Short-covering หรือ ปิดสถานะShort แม้นักลงทุนจะไม่ได้คาดว่าจะมีการแถลงที่สร้างความประหลาดใจมากนักในการประชุม

-การประชุม G20 จะประกอบด้วยรัฐมนตรีคลังและธนาคารกลางยุโรป จะมีการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นการแข่งขันของนโยบายค่าเงิน ซึ่งการประชุม G7 ในวันจันทร์ได้ลดความกังวลเกี่ยวกับสงคราค่าเงินที่เกิดจากการทาให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าของญี่ปุ่น แต่ตลาดยังขาดความชัดเจน

-นอกจากนี้ตลาดจับตาตัวเก็งผู้ว่าการแบงก์ชาติญี่ปุ่นคนใหม่ สุดท้าย ไม่ว่าใครจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ว่าบีโอเจคนต่อไป เชื่อว่าจะสามารถทางานตอบสนองนโยบายของนายอาเบะได้เป็นอย่างดี พร้อมกับนาพาญี่ปุ่นผ่านพ้นภาวะงินฝืดไปได้อย่างราบรื่นตามเป้าหมายของรัฐบาล

-จีดีพีญี่ปุ่นประจาไตรมาสที่ 4 หดตัว 0.1% ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นถอถอยติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจญี่ปุ่นกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอ่อนแอ วันนี้จะมีประชุมนโยบายการเงินของญี่ปุ่นและจะแถลงการณ์ในช่วงบ่ายวันนี้

-การแถลงของนายโอบามาเมื่อวานนี้ที่ได้เรียกร้องให้ปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่าให้สูงขึ้น ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงขอให้รัฐสภาเขียนร่างกฎหมายผู้อพยพอีกครั้ง แต่ทางพรรครีพับลิกันได้ต่อต้านหลายๆ ประเด็นที่นายโอบามาตั้งไว้ สะท้อนว่าการต่อสู้ทางการเมืองในอดีตยังไม่ได้ผ่านไป อีกทั้งนายโบห์นเนอร์ได้ปฏิเสธข้อเสนอที่จะค่าแรงงานขั้นต่า เพราะจะทาให้ส่งผลเสียต่อกลุ่มนายจ้างขนาดเล็ก

-ยอดค้าปลีกสหรัฐขยายตัว 0.1% แตะที่ระดับ 4.166 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 0.5% ในเดือนธ.ค. เนื่องจากมาตรการขึ้นภาษีและราคาน้ามันที่สูงขึ้นทาให้ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังขาดความแน่นอน

-อียูต้องการให้การเจรจาเพื่อการค้ากับสหรัฐสาเร็จภายใน 2 ปี ซึ่งผู้นาทั้ง 2 ฝ่ายให้คามั่นว่าจะดาเนินการต่อไป โดยข้อตกลงเรื่องการค้าได้มีความคืบหน้า หลังจากนายโอบามาได้ให้คามั่นเมื่อวานนี้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ส่วนอียูจะพยายามใช้นโยบายลดภาษีศุลกากร ผ่อนปรนกฎหมายที่ขัดขวางการค้า และขยายการลงทุน การบริการและการจัดซื้อสาธารณะ โดยอียูมีแผนที่จะร่างแผนการเจรจาในเดือน มี.ค. ที่จะเริ่มการเจรจา